|
ทรัพยากรดินและที่ดิน
เนื่อง
จากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ภาคใต้ตอนบนมีลักษณะที่หลากหลาย
อันประกอบไปด้วย ภูเขา แหล่งน้ำ ชายฝั่งทะเล และฝั่งทะเลที่มีน้ำท่วมถึง
จึงก่อให้เกิดลักษณะดินประเภทต่างๆ โดยทั่วไปประเภทดิน
ในภาคใต้ตอนบนมักเป็นดินประเภทดินทรายและดินตะกอนที่ค่อนข้างเป็นกรด
ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ปาน กลางถึงค่อนข้างต่ำ
ส่วนดินบริเวณชายฝั่งส่วนใหญ่เป็นดินที่เกิดจากการผุพัง
สลายตัวอยู่ที่ของวัสถุตกค้างและี่ ดินดาน
และบริเวณที่มีน้ำทะเลท่วมถึงอยู่สมำ่เสมอ
เนื้อดินจะเป็นประเภทดินเลนซึ่งมีการระบายน้ำเลวถึงเลวมาก
ลักษณะ
ดินที่พบของจังหวัดชุมพร แบ่งออกเป็นหน่วยหรือกลุ่มใหญ่ๆได้ 29 หน่วยดิน
หรือกลุ่มดิน โดยปะปนกันไปในแต่ละพื้นที่จากลักษณะของดินทั้งหมด
สามารถแบ่งตามประเภทของดินได้ 6 กลุ่มดังนี้ คือ
1. กลุ่มพื้นที่ดินเค็มชายฝั่งทะเล ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 5 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด
2. กลุ่มดินตื้น
ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด
3. กลุ่มดินทราย ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 5 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด
4. กลุ่มดินภูเขา ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 15 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด
5. พื้นที่ภูเขา ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 35 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด
6. กลุ่มดินนา ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด
เมื่อ
พิจารณาลักษณะสภาพดินของจังหวัดชุมพรโดยรวมแล้ว
บริเวณด้านตะวันตกของจังหวัด ลักษณะดิน จะเป็นพื้นที่ภูเขา
บริเวณตอนกลางของจังหวัดลักษณะดินจะเป็นดินตื้นและดินนา
ซึ่งเหมาะแก่การเกษตรกรรม ส่วนด้านตะวันออกของจังหวัด
ลักษณะดินจะเป็นดินทราย ดินเค็ม ชายฝั่งทะเล
และดินภูเขารวมทั้งดินพื้นที่ภูเขาเ็้ป็นบางส่วนด้วย พื้นที่ทั้งจังหวัด
3,756,778 ไร่ จำแนกพื้นที่ทางการเกษตร 2,039,816 ไร่ (ร้อยละ 45.9)
พื้นที่ป่าไม้ 658,125 ไร่ (ร้อยละ 20.4) และพื้นที่ไม่ได้จำแนก 1,058,837
ไร่ (ร้อยละ 30.6)
ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
จังหวัด
ชุมพร มีพื้นที่ป่าครอบคลุมทุกอำเภอของจังหวัด
แต่จะมีความหนาแน่นทางด้านทิศตะวันตกของพื้นที่จังหวัด
โดยมีพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 2,082,298 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 55.046
ของพื้นที่จังหวัด ในขณะที่พื้นที่ทางการเกษตรกลับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ
38.19 ในปี 2531 เป็นร้อยละ 54.04 ในปี 2544
สำหรับประเภทป่าในจังหวัดชุมพร จัดเป็นประเภทไม้ผลัดใบ ซึ่งจำแนกเป็น 3
ชนิด ตามลักษณะของสภาพป่าที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย ป่าดิบชื้น ป่าชายเลน
และป่าพรุ
พื้นที่ป่าทั้ง 3 ชนิด สามารถจำแนกป่าในจังหวัดชุมพร ได้ดังนี้
1) ป่าสงวนแห่งชาติ
จังหวัดชุมพรมีพื้นที่ป่าไม้ที่ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 26
ป่ามีเนื้อที่ ี่รวมทั้งสิ้น 1,943,176.50 ไร่ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 25
ป่า และมีการยกเลิกไปแล้ว 1 ป่า คงเหลือเนื้อที่ี่เพียง 1,941,426.50 ไร่
ในจำนวนนี้เป็นป่าบกจำนวน 17 ป่า ป่าชายเลนจำนวน 5 ป่า ป่าพรุจำนวน 3 ป่า
2) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
จังหวัดชุมพรมีพื้นป่าที่จัดเป็นเขตรักษาพันธ์สัตว์จำนวน 4 แห่ง
และได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วทั้ง 4 แห่ง
3) อุทยานแห่งชาติ พื้นที่กรมป่าไม้กำหนดให้จัดเป็นอุทยานแห่งชาติในเขตพื้นที่จังหวัดชุมพร มี 2 แห่ง
4) วนอุทยาน จังหวัดชุมพรมีวนอุทยานจำนวน 1 แห่ง
ทรัพยากรน้ำ
สภาพ
ทางอุทกวิทยาของจังหวัดชุมพร รวมเรียกว่าลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก
ส่วนที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย แม่น้ำลำคลองสายสั้นๆ
ไหลจากเทือกเขาฝั่งตะวันตกของจังหวัด คือ เทือกเขาตะนาวศรี
ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ลงสู่อ่าวไทย ประกอบด้วยลุ่มน้ำสาขาและลุ่มน้ำย่อย
ดังนี้
ลุ่มน้ำสายหลัก ได้แก่
1. ลุ่มน้ำสาขาคลองท่าตะเภา
2. ลุ่มน้ำสาขาคลองชุมพร
3. ลุ่มน้ำสาขาคลองสวี - ตะโก
4. ลุ่มน้ำสาขาคลองหลังสวน
5. ลุ่มน้ำสาขาคลองละแม
ลุ่มนำ้สายรอง ได้แก่
1. ลำน้ำรับร่อ
2. ลำน้ำท่าแซะ
3. คลองสวีเฒ่า
4. คลองตะโก
ระดับคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำสำคัญ
แม่น้ำท่าตะเภา
เป็นแม่น้ำสายสั้นๆีต้นกำเนิดจากเทือกเขาด้านทิศตะวันตกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไหลผ่านอำเภอ
ท่าแซะ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
และออกสู่อ่าวไทยบริเวณปากน้ำชุมพรมีความยาวของแม่น้ำสายหลัก
หลักและลำน้ำสาขาเท่ากับ 867 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 1,440
ล้านลูกบาศก์เมตร
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 3
ซึ่งเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ในหลายบริเวณตรวจพบโลหะหนักบางชนิด
ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท โครเมี่ยม และแคทเมี่ยม แต่มีปริมาณไม่มากนัก
สำหรับปริมาณโคลิฟอร์มแบคที่เรียมีค่อนข้างสูงเนื่องจากลำน้ำไหลผ่านชุมชน
ทำให้เกิดการปนเปื้อนจากน้ำทิ้ง
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
มีการใช้เพื่อบริโภคและสันทนาการ บ้างในช่วงที่ไหลผ่านชุมชน
แม่น้ำหลังสวน
มี
ต้นกำเนิดในเขตจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานีไหลผ่านอำเภอพะโต๊ะ และ
อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แล้วออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่ปากน้ำหลังสวน
มีความยาวของแม่น้ำหลังสวนและลำน้ำสาขาประมาณ 497
กิโลเมตร คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภท
ที่ 3 ซึ่งยังเหมาะสม ต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ
บริเวณที่ไหลผ่านชุมชนจะมีคุณภาพต่ำลงเล็กน้อย ได้แก่
บริเวณสุขาภิบาลพะโต๊ะ และสุขาภิบาลหลังสวน มีค่าความสกปรก ปริมาณสังกะสี
และปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียสูงกว่าบริเวณอื่นๆ
เนื่องจากการปนเปื้อนของน้ำทิ้งจากกิจกรรมต่างๆในชุมชน
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการ
เกษตรกรรมในส่วนของบริเวณต้นน้ำและท้ายน้ำมีการใช้ประโยชน์เพื่อการประมงและ
เพาะเลี้ยง รวมถึงการ สันทนาการและการสัญจรทางน้ำด้วย
|