กรมประมงร่วมมือชาวบ้าน กำจัดปลาหมอสีคางดำ หลังพบแพร่ระบาทในพื้นที่
11 May 2018, 04:02 pm

            วันนี้ (11 พ.ค. 61) ที่ทำการชมรมอนุรักษ์กุ้งก้ามกามแม่น้ำสวี หมู่ 5 ตำบลปากแพรก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร นายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง เดินทางลงพื้นที่เป็นประธานจัดกิจกรรมชาวชุมพรร่วมใจขจัดภัยหมอสีคางดำ รักษ์ลุ่มน้ำสวี เพื่อกำจัดปลาหมอสีคางดำ หลังพบเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาด ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างกรมประมง และเกษตรกร โดยชมรมอนุรักษ์กุ้งก้ามกามแม่น้ำสวี ได้รวมกำจัดพ่อแม่พันธุ์ปลาหมอสีคางดำ พร้อมกับปล่อยปลาพื้นเมือง เช่น ปลากะพงขาว และปลาอีกง 
ซึ่งเป็นปลานักล่า ลงแหล่งน้ำ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับรณรงค์ให้ช่วยกันกำจัดปลาหมอสีคางดำ โดยกรมประมงได้ให้การสนับสนุนทั้งอุปกรณ์ในการกำจัด และพันธุ์ปลาพื้นเมืองนักล่า

            นายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากกรณีพบปลาหมอสีคางดำแพร่กระจายพันธุ์ในบ่อเลี้ยงของเกษตรกร สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากให้กับผู้เลี้ยงปลาและกุ้ง กรมประมงได้ออกคำสั่ง พร้อมกับแต่งตั้งคณะกรรการขึ้น ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำโดยเฉพาะ นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดที่พบการแพร่ระบาด กรมประมงได้รับฟังข้อคิดเห็นของเกษตรกรชาวประมง และชุมชนเพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อหยุดวงจรการแพร่ระบาด
ของปลาสายพันธุ์นี้ ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรและทำลายสัตว์น้ำพื้นถิ่นนอกจากนี้กรมประมงยังมีคณะกรรมการด้านความหลากหลายและด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ(IBC) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นประกอบการขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่น โดยมีการออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง พ.ศ.2561 มารองรับการปฏิบัติงาน สำหรับสัตว์น้ำ 3 ชนิด พันธ์ที่ห้ามตามประกาศ ได้แก่ ปลาหมิสีคางดำ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์  ซึ่งมีแนวปฏิบัติหลักๆ ที่สำคัญ คือ กรณีที่เกษตรกรที่เลี้ยงปลาทั้ง 3 ชนิด ในบ่อเพราะเลี้ยง ให้รีบนำปลาดังกล่าวส่งมอบให้เจ้าหน้าที่กรมประมงโดยด่วน, กรณีทีประชาชนทำการประมงแล้วได้ปลาทั้ง 3 ชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ประชาชนสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ควรทำให้ปลาตายก่อนนำไปจำหน่าย, กรณีที่ปลาทั้ง 3 ชนิดจากธรรมชาติหลุดรอดเข้าในบ่อเพาะเลี้ยงของเกษตรกรโดยไม่เจตนาเกษตรกรสามารถนำไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ แต่ควรทำให้ปลาตายก่อนนำไปจำหน่าย, กรณีส่วนราชการ สถาบันการศึกษา หรือกรณีจำเป็นอื่นใดที่เพาะเลี้ยงปลาทั้ง 3 ชนิดไว้เพื่อการศึกษาวิจัยและประโยชน์ทางราชการให้แจ้งขออนุญาตกรมประมงต่อไป, และห้ามผู้ใดปล่อยปลาทั้ง 3 ชนิด ลงในที่จับสัตว์น้ำโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามมาตรา 144 แห่ง พรก.การประมง 2558 โดยบทลงโทษหากพบผู้ใดฝ่าฝืน ลักลอบนำปลาหมอสีคางดำ ปลาหมอมายัน ปลาหมอบัตเตอร์ เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษตามมาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและในกรณีที่ผู้กระทำความผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

               รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า สำหรับการกำจัดสัตว์น้ำต่างถิ่นไม่ใช่เรื่องง่าย การร่วมมือกันระหว่างงานภาครัฐและเอกชนตลอดประชาชนภายในประเทศจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากท่านเลี้ยงหรือครอบครองสัตว์น้ำต่างถิ่น (สัตว์น้ำจากต่างประเทศ) ไม่ควรปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเพราะจะมีผลกระทบอันจะสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศวิทยาของแหล่งน้ำ