มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยที่อำเภอสวี
16 Aug 2019, 03:43 pm

                 วันที่ 15 สิงหาคม 2562 เวลา 14.30 น. นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจําจังหวัด เป็นประธานในพิธีมอบเงินและสิ่งของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ให้แก่ นายวิชัย นวลนุ้ย บ้านเลขที่ 607/3 หมู่ที่ 8 ตำบลนาสัก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ได้ประสบอัคคีภัย เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 ทําให้ที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นบ้านไม้ 1 ชั้น ได้รับความเสียหายทั้งหลัง จํานวน 1 หลัง มีผู้ได้รับความเดือดร้อน 1 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 80,000 บาท

             โดย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจําจังหวัดชุมพร ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย จํานวนมูลค่า 36,000 แยกเป็นเบิกจ่ายเงินสดช่วยเหลือในเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ได้รับความเสียหาย ให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย จํานวนเงิน 33,000 บาท และจัดซื้อเครื่องครัว เครื่องนอน อุปกรณ์ของใช้ที่จำเป็น ในวงเงิน 3,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ท่าน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นําเงินและสิ่งของ ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการจ่ายเงินสํารองจ่ายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ทางจังหวัดมีอยู่ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอัคคีภัยในวันนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของอัคคีภัย เป็นการสร้างขวัญและกําลังใจในการต่อสู้ฝ่าฟัน ให้พ้นวิกฤตภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ด้วยความสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พวกเราทุกคนโชคดี ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยตรง ดังนั้นสิ่งที่พวกเราควรพร้อมใจกันทําถวายพระองค์ได้ก็คือ การเป็นคนดี คิดดี ทําดี เป็นประชาชนที่ดีของประเทศต่อไป
              สำหรับ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ นั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2506 จากเหตุการณ์มหาวาตภัย ที่แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2505 เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ในเบื้องต้น ส่วนการช่วยเหลือแบบยั่งยืนนั้น เป็นหน้าที่ของส่วน ราชการตามกฎหมาย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้ยึดถือพระราชดําริมาปฏิบัติเป็นเวลา กว่า 57 ปีแล้ว