เชิญชวนเฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวน “พยุหยาตราทางชลมารคและสถลมารค”
02 Dec 2019, 03:17 pm

           การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยริ้วกระบวน “พยุหยาตราทางชลมารค” เป็นอีกพิธีในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ซึ่งพระราชพิธีในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 พิธีการขบวน “พยุหยาตราทางชลมารค” จะใช้เรือจำนวน 52 ลำ โดยเรือพระที่นั่งใช้ 4 ลำใหญ่ เรือนำคือเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นพระมงคลที่นำขบวนทุกครั้งในประเทศไทย ลำที่ 2 คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลำที่ 3 คือ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นของสมเด็จพระบรมวงศ์ และลำที่ 4 คือ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง จากนั้นเป็นเรือดั้ง เรือแซง เรือรูปสัตว์ และเรือมีชื่อต่างๆ ทั้งหมด 52 ลำ เรียกว่าขบวนพยุหยาตราใหญ่

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขบวนราบเพิ่ม กล่าวคือเดิมเมื่อขบวนเรือมาถึงท่าราชวรดิฐ จะเสด็จเข้าประทับที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย แล้วขึ้นรถยนต์พระที่นั่งเสด็จกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน แต่ได้เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม โดยเมื่อเรือมาถึงท่าราชวรดิฐ จะเสด็จฯ ขึ้นที่พลับพลา ก่อนเสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย จากนั้นจะมีขบวนราบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายขบวน “พยุหยาตราทางสถลมารค” แต่มีขนาดย่อมกว่าโดยขบวนราบจะเริ่มจากท่าราชวรดิฐ มาตามถนนมหาราช ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังที่ประตูวิเศษไชยศรี แล้วเสด็จไปสู่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ เพื่อเปลี่ยนฉลองพระองค์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน

            ส่วนการซ้อมจะมีขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 7 ธันวาคม 2562 และวันที่ 9 ธันวาคม 2562 โดยการซ้อมวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ขบวนเรือซ้อมในเวลาเสมือนจริง เวลา 15.30 น. แต่ไม่ได้แต่งกายเสมือนจริง ส่วนการซ้อมวันที่ 9 ธันวาคม 2562 จะเปลี่ยนแปลงเวลาซ้อมเป็นเวลา 13.30 น. เนื่องจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้คำนวณกระแสน้ำ จะตรงกับกระแสน้ำในวันพระราชพิธีฯ จริง และการแต่งกายเสมือนจริง

           ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนชมการซ้อมริ้วกระบวน “พยุหยาตราทางชลมารค” และเฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยริ้วกระบวน “พยุหยาตราทางชลมารค” ในที่ 12 ธันวาคม 2562