จังหวัดชุมพร จัดพิธีปฏิญาณตนและสวนสนาม เพื่อรำลึกถึงวันคล้ายวันสถาปนายุวกาชาด ประจำปี 2563
28 Jan 2020, 03:20 pm

             วันนี้ (27 ม.ค. 63) นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนามของยุวกาชาด เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนายุวกาชาดประจำปี 2563 ณ สนามกีฬาจังหวัดชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมียุวกาชาดกว่า 500 คน ได้ร่วมในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนาม เพื่อรำลึกถึงวันสถาปนากิจการยุวกาชาดขึ้นในราชอาณาจักรไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

            สำหรับกิจการยุวกาชาด ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ เมื่อวันที่ 27 มกราคม พุทธศักราช 2465 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะฝึกอบรมให้สมาชิกยุวกาชาดมีอุดมคติในศานติสุข มีความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รู้จักการรักษาอนามัยของตนเองและส่งเสริมอนามัยของผู้อื่น ตลอดจนการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรมให้บังเกิดขึ้นในจิตใจของทุกคน รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลอันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ และเพื่อเป็นการระลึกถึงวันสำคัญดังกล่าว โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชุมพร ได้จัดกิจกรรมพิธีปฏิญาณตนและสวนสนาม ตลอดจนกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ยุวกาชาดได้รำลึกถึงวันสถาปนากิจการยุวกาชาดขึ้นในราชอาณาจักรไทย และสมาชิกยุวกาชาดได้ร่วมในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนาม พร้อมกับจัดกิจกรรมร่วมกันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน อีกทั้งยัง เป็นการประชาสัมพันธ์กิจการยุวกาชาดไปยังโรงเรียนสถานศึกษาต่าง ๆ ชุมชนและสังคมให้เป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น

             นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า กิจการยุวกาชาดได้ดำเนินมาอย่างมีคุณค่า เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งแก่ผู้เป็นยุวกาชาดและชาติบ้านเมือง ทั้งนี้ เพราะการดำเนินกิจการยุวกาชาด มีหลักการและจุดมุ่งหมายแน่ชัดที่จะฝึกอบรมสมาชิกยุวกาชาดซึ่งเป็นเยาวชนและเป็นอนาคตของชาติให้มีพัฒนาการอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านความประพฤติ ความคิดจิตใจและความรู้จักเสียสละเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ผู้ที่เข้ามาเป็นยุวกาชาด เมื่อได้รับการฝึกฝนอบรมตามหลักการและวิธีการของกิจการยุวกาชาดแล้ว ย่อมจะมีพัฒนาการที่ดี มีบทบาทสำคัญในการสร้างประโยชน์สุข ความเจริญมั่นคงให้แก่สังคมส่วนรวม ดังนั้น ยุวกาชาดทุกคนจึงควรตั้งใจมุ่งมั่นพยายามฝึกหัดปฏิบัติตน และเรียนรู้สิ่งดีงามทั้งปวงอย่างเต็มสติปัญญา พร้อมทั้งนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการศึกษาเล่าเรียน การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพการงานในวันข้างหน้า เพื่อความเจริญรุ่งเรือง และเป็นกำลังที่เข้มแข็งให้แก่ครอบครัวสังคม ตลอดถึงประเทศชาติต่อไป