จังหวัดชุมพรบูรณาการตรวจสภาพการจ้างงานป้องกันการค้ามนุษย์ในเรือประมง
28 มิ.ย. 2565, 18:48 น.
             นายกองเอก พุทธ กฤชคงพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ออกตรวจบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลและกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าเทียบเรือหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเล แรงงานจังหวัดชุมพร ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดชุมพร ปกครองจังหวัดชุมพร ประมงจังหวัดชุมพร สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดชุมพร ผู้แทนสารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด ผู้แทนผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร ประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จัดหางานจังหวัดชุมพร ผู้แทนประกันสังคมจังหวัดชุมพร มีสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชุมพร ร่วมบูรณาการตรวจเรือประมงในทะเลอ่าวไทย บริเวณปากน้ำชุมพร เพื่อติดตามการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย
โดยผลการ ตรวจเรือประมงในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเลแบบบูรณาการ ณ บริเวณทะเลอ่าวไทย จังหวัดชุมพร
จำนวน 10 ลำ มีแรงงานประมงทั้งหมด 250 คน เป็นคนไทย 35 คน เมียนมา 213 คน และสัญชาติลาว 2 คน โดยเรือทุกลำผ่านการตรวจตามข้อปฏิบัติที่กฎหมายกำหนด อาทิ เช่น มี ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ บัญชีรายชื่อและหนังสือคนประจำเรือ สมุดบันทึกการทำประมง หลักฐาน การจ่ายค่าจ้าง เวลาพักต่อวันของคนงาน เป็นต้น การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ หรือใช้แรงงานบังคับ ทั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำให้แรงงานประมงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
สำหรับการออกตรวจเรือประมงทางทะเลในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานต่างด้าวในกิจการประมง รวมทั้งการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประมง ซึ่งภารกิจมีการตรวจเรือประมงในพื้นที่ ว่าวิธีการใช้แรงงานต่างด้าวนั้นถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือในการทำประมงถูกต้องหรือไม่มีการค้ามนุษย์หรือไม่ และที่สำคัญเป็นการตรวจแนะนำมาตรการป้องกันโควิด19 ซึ่ง เป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง