อำเภอท่าแซะ

คำขวัญอำเภอ

พ่อตาหินช้างเรืองเดช เข้าเขตประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมถ้ำเก่าแก่ แหล่งเผยแพร่วัฒนธรรม น้ำตกงามธรรมชาติ แดนยุทธศาสตร์ 491

ที่อยู่ที่ว่าการอำเภอ

ม.6 ถนนเพชรเกษม - ท่าแซะ ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ

หมายเลขโทรศัพท์

0-7759-9013

หมายเลขโทรสาร

0-7759-9013
ประวัติความเป็นมา

ท่าแซะเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองชุมพร จึงเป็นสมรภูมิรับศึกจากพม่าที่เข้ามาตีเมืองชุมพรทุกๆ ครั้ง ท่าแซะปรากฏตามตำนานของชาวกรุงเก่าตามพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐ อักษรนิติว่า “เมื่อท่าแซะเป็นเมืองขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา มีฐานะเป็นเมืองจัตวา” ขึ้นกับเมืองชุมพร ซึ่งเป็นเมืองตรี ผู้ครองเมืองท่าแซะ มีบรรดาศักดิ์ว่า “พระเทพไชยบุรินทร์” ทุกคนเรียงตามลำดับ คือ พระเทพไชยบุรินทร์ (บุญช่อ) สร้างบ้านเรือนและที่ทำการ (หลา) อยู่บริเวณริมคลองใกล้วัดนาสร้าง เมื่อพระเทพไชยบุรินทร์ บุญช่อ ถึงแก่กรรม พระเทพไชยบุรินทร์ (เผือก) เป็นผู้ว่าการเมืองท่าแซะ อยู่ไม่นานก็ล้มป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ทางราชการจึงได้แต่งตั้งนายขุนทอง บุตรคนที่ 3 ของพระเทพไชยบุรินทร์ บุญช่อ เป็นผู้ว่าการจนถึงแก่กรรม บุตรคนที่ 1 ของพระเทพไชยบุรินทร์ (ขุนทอง) ได้เป็นผู้ว่าการเมือง ชื่อ พระเทพไชยบุรินทร์ (ยง) เมื่อพระเทพไชยบุรินทร์ (ยง) ถึงแก่กรรม พระเทพไชยบุรินทร์ บัว ออกจากราชการ พระเทพไชยบุรินทร์ (คล้าย ฐิตะฐาน) เป็นเจ้าเมืองคนสุดท้าย

เมืองท่าแซะ ตั้งขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอน ต่อมาในปี พ.ศ. 2439 (ร.ศ.115) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 โปรดให้จัดการท้องที่เป็นมณฑลเทศาภิบาลขึ้น ให้ลดฐานะเมืองท่าแซะ เมืองปะทิว เมืองกำเนิดนพคุณ เป็นอำเภอขึ้นต่อมณฑลชุมพร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระเทพไชยบุรินทร์ (คล้าย ฐิตะฐาน) ดำรงตำแหน่งกรมการอำเภอ (นายอำเภอ) คนแรก ขณะนั้นที่ว่าการอำเภอท่าแซะตั้งอยู่ระหว่างวัดแหลมยางกับวัดยางฆ้อ พ.ศ. 2462 กระทรวงมหาดไทยออกประกาศแจ้งความ ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2462 ให้ยุบอำเภอท่าแซะเป็นกิ่งอำเภอท่าแซะ โอนการปกครองขึ้นอยู่กับอำเภอปะทิวโดยอ้างว่าท้องที่อำเภอท่าแซะ โดยมากยังเป็นป่าเขา การงานมีน้อย หมู่บ้าน และตำบลก็ตั้งค่อนไปทางอำเภอปะทิวทางไปมาก็สะดวก อำเภอปะทิวมีคนมาก การทำมาหากินก็กำลังเจริญ พ.ศ.2464 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอท่าแซะจากบ้านแหลมยางมาตั้งที่บ้านโตนดการ้อง (จุดที่ตั้งสถานีตำรวจภูธรในปัจจุบัน) ต่อมาทางราชการเห็นว่าท่าแซะมีพื้นที่กว้างขวาง มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพม่า (สหภาพเมียนม่าร์ในปัจจุบัน) และมีประชากรหนาแน่น ทางราชการได้ออกประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2483 ยกฐานะกิ่งอำเภอท่าแซะ เป็นอำเภอท่าแซะอีกครั้งหนึ่งจนถึงปัจจุบัน

ท่าแซะเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองชุมพร ในสมัยโบราณในการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่าทุกๆ ปีจะต้องมีการเตรียมตัวป้องกันการรุกรานของพม่าข้าศึก เพราะข้าศึกจะมาตีเมืองชุมพรได้จะต้องเดินทัพผ่านอำเภอท่าแซะ ท่าแซะจึงเป็นสมรภูมิรับข้าศึก ฉะนั้น จึงเป็นเหตุให้สถานที่ต่างๆ มีชื่อเป็นไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายแห่ง อาทิ ตำบลทัพรอ มาจากการที่กองทัพพม่าเดินทัพผ่านมาทางพื้นที่แห่งนี้ก็รอทัพไว้ จึงเรียกนามตำบลนี้ว่า “ทัพรอ” (ต่อมาได้เรียกเพี้ยนเป็นตำบล “รับร่อ”) ในปัจจุบัน

ภูมิศาสตร์

อำเภอท่าแซะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดชุมพร มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,531.215 ตารางกิโลเมตร หรือเนื้อที่ประมาณ 957,011.25 ไร่ มีอาณาเขต ดังนี้

ทิศเหนือ

อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ทิศใต้

อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

ทิศตะวันออก

อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ทิศตะวันตก

อำเภอกระบุรี จังหวัดระนองและประเทศเมียนม่าร์
ลักษณะภูมิประเทศ

ภูมิประเทศโดยทั่วไปส่วนใหญ่เป็นภูเขา ในตอนเหนือเป็นที่ราบระหว่างหุบเขา และค่อยลาดต่ำเป็นที่ราบลุ่ม ตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การเพาะปลูก ทิศตะวันตกเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและเป็นแนวพรมแดนระหว่างประเทศ มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านหลายสาย ที่สำคัญ ได้แก่ คลองท่าแซะ ซึ่งมีต้นน้ำเกิดจากเขากระทะครอบ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยไหลผ่านพื้นที่อำเภอท่าแซะในตำบลสองพี่น้อง สลุย หงษ์เจริญ ทรัพย์อนันต์ คุริง ท่าแซะ และนากระตาม และคลองรับร่อ มีต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาตะนาวศรีทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านลงมาสู่ที่ราบลุ่ม ทางตอนใต้พื้นที่อำเภอท่าแซะ ในตำบลรับร่อ และท่าข้าม ไหลมาบรรจบรวมกับคลองท่าแซะที่ตำบลนากระตาม รวมเป็นแม่น้ำท่าตะเภา ไหลลงสู่อ่าวไทยในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมอำเภอท่าแซะ และอำเภอเมืองชุมพรอยู่เสมอ พื้นที่และการใช้ประโยชน์ทางทิศตะวันตกตามแนวชายแดนเป็นภูเขาสูง ที่ราษฎรใช้เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟ ส่วนที่ราบ มักใช้ทำสวน เช่น สวนปาล์ม สวนยางพารา สำหรับพื้นที่ราบลุ่มทางตอนใต้เป็นที่นา