อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด

     

อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด


   พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534  มาตรา  57  กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนี้

  • บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ
  • บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี  กระทรวง  ทบวง  กรม  มอบหมายหรือตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
  • บริหารราชการตามคำแนะนำและคำชี้แจงของผู้ตรวจราชการกระทรวงในเมื่อไม่ขัดต่อกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ  หรือคำสั่ง
    ของกระทรวง  ทบวง  กรม  มติของคณะรัฐมนตรีหรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรี
  • กำกับดูแลการปฏิบัติราชการอันมิใช่ราชการส่วนภูมิภาคของข้าราชการซึ่งประจำอยู่ในจังหวัดนั้น  ยกเว้นข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ  ข้าราชการฝ่ายอัยการ  ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย  ข้าราชการในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและข้าราชการครู  ให้ปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับหรือคำสั่งของกระทรวง  ทบวง  กรม หรือมติของคณะรัฐมนตรี  หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรี  หรือยับยั้งการกระทำใดๆ ของข้าราชการในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ  ข้อบังคับ  หรือคำสั่งของกระทรวง  ทบวง  กรม  มติของคณะรัฐมนตรี  หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราวแล้วรายงานกระทรวง  ทบวง  กรม  ที่เกี่ยวข้อง
  • ประสานงานและร่วมมือกับข้าราชการทหาร  ข้าราชการฝ่ายตุลาการ  ข้าราชการฝ่ายอัยการ  ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย  ข้าราชการในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  และข้าราชการครู  ผู้ตรวจราชการและหัวหน้าส่วนราชการในระดับเขตหรือภาค 
    ในการพัฒนาจังหวัดหรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ
  • เสนองบประมาณต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้องตามโครงการหรือแผนพัฒนาจังหวัด  และ รายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ
  • ควบคุมดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตามกฎหมาย
  • กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานองค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ  ในการนี้ให้มีอำนาจทำรายงานหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การของรัฐบาล  หรือรัฐวิสาหกิจต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดองค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ
  • บรรจุ  แต่งตั้ง  ให้บำเหน็จ  และลงโทษข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัดตามกฎหมายและตามที่ปลัดกระทรวง  ปลัดทบวง 


อำนาจหน้าที่ของจังหวัด

1. บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ

2. บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมาย หรือตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

3. บริหารราชการตามคำแนะนำและคำชี้แจงของผู้ตรวจราชการกระทรวง ในเมื่อไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม มติของคณะ รัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรี

4. กำกับดูแลการปฏิบัติราชการ อันมิใช่ราชการส่วนภูมิภาคของข้าราชการ ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัดนั้น ยกเว้นข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และข้าราชการครูให้ปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม หรือมติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีหรือยับยั้งการกระทำใดๆ ของข้าราชการในจังหวัดที่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม มติของคณะรัฐมนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรีไว้ชั่วคราว แล้วรายงานกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง

5. ประสานงานและร่วมมือกับข้าราชการทหาร ข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และข้าราชการครู ผู้ตรวจราชการ และหัวหน้าส่วนราชการในระดับเขตหรือภาคในการพัฒนาจังหวัด หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ

6. เสนองบประมาณต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้องตามโครงการหรือแผนพัฒนาจังหวัด และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ

7. ควบคุมดูแลการบริหารราการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตามกฎหมาย

8. กำกับการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานองค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ ในการนี้ให้มีอำนาจทำรายงานหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด องค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ

9. บรรจุ แต่งตั้ง ให้บำเหน็จ และลงโทษข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัดตามกฎหมาย และตามที่ปลัดกระทรวง ปลัดทบวงหรืออธิบดีมอบหมาย